Site Overlay

ลิฟท์ยกของ

รับผลิตและซ่อม ลิฟท์ยกของ ลิฟท์ยกสินค้า ลิฟท์ขนสินค้า รับออกแบบตามความต้องการ ติดตั้งเร็วทั้งภายใน-ภายนอกอาคาร

บริษัท สุทธกุล จำกัด ผู้ผลิตและรับสั่งทำ ลิฟท์ยกของ ลิฟท์ยกสินค้า ลิฟท์ขนสินค้า ระบบลิฟท์ทุกชนิด รับออกแบบตามสภาพหน้างาน ตามลูกค้าสั่ง ลิฟท์เครนยกสินค้า ลิฟท์บรรทุก เครนโรงงาน รอกไฟฟ้า รับซ่อมลิฟท์ยกของ ยกสินค้า ลิฟท์ที่มีความยืดหยุ่นของขนาด และน้ำหนักบรรทุก สามารถทำตามขนาดที่ต้องการได้ เลือกน้ำหนักบรรทุกได้ถึง 3 ตัน เหมาะสำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อยกของที่มีน้ำหนักมาก และขนส่งสินค้าทั่วไป ติดตั้งเร็วทั้งภายใน-ภายนอก อาคาร ลิฟท์โดยสารส่งสินค้า-ลิฟท์ยกของ ลิฟท์สินค้าขึ้นชั้นบน ซ่อมบำรุงลิฟท์, สะพานขึ้นตู้คอนเทนเนอร์ ลิฟท์เครน รับซ่อมทุกชนิด ทุกยี่ห้อ รับทำตามแบบและขนาดตามลูกค้าสั่ง รับดูแล-ซ่อม เครื่องไฮดรอลิค แบบรายเดือน / รายปี รับสร้าง-ออกแบบงาน RAMP (สะพานขึ้นตู้คอนเทนเนอร์) จำหน่ายTable lift ปั๊มไฮดรอลิค ลิฟท์ยกของ ลิฟท์ยกรถ กระบอกไฮดรอลิค

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

คุณ วิรัช 081-344-2265, 089-888-5035, 081-575-0555 *

บริษัท สุทธกุล จำกัด (Office)

2088 ซอยชวาล 1 เทพารักษ์ ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ สมุทรปราการ 10270

Tel: 02-383-7496, 02-383-6553, 02-759-5040-43 Fax: 02-759-5044

E-mail: v_suttakul@yahoo.co.th

เวบไซด์ http://www.suttakul.com/

ลิฟท์ยกของ
ลิฟท์ยกของ
ลิฟท์ยกของทั่วๆ ไปประกอบไปด้วยส่วนหลักๆ ดังนี้
ลิฟท์ยกของ
ลิฟท์ยกของ

1. เครื่องจักรขับลิฟท์ (Traction Machine)เป็นอุปกรณ์หลักของระบบลิฟท์ยกของ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนลิฟต์ขึ้นลง

2. ชุดลูกถ่วง (Counterweight)ประกอบด้วยโครงเหล็กซึ่งบรรจุก้อนน้ำหนักที่ทำด้วยเหล็กหล่อ ทำหน้าที่ถ่วงดุลกับน้ำหนักของลิฟต์และจำนวนผู้โดยสารเพื่อให้มอเตอร์ลิฟต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

3. รางลิฟต์ (Guide Rail)เป็นเหล็กรูปตัว T ทำหน้าที่นำร่องให้ลิฟต์วิ่งขึ้นลงในแนวที่กำหนดและรักษาตำแหน่งตัวลิฟต์ให้ทรงตัวและได้ศูนย์ตลอดเวลา รางลิฟต์มีหลายขนาดขึ้นอยู่กับขนาดของตัวลิฟต์ น้ำหนักบรรทุกและความเร็วลิฟต์ เป็นต้น โดยทั่วไประบบลิฟต์จะมีรางขนาดใหญ่สำหรับนำร่องตัวลิฟต์และรางขนาดเล็กกว่าสำหรับนำร่องชุดลูกถ่วง

4. ตู้โดยสาร (Lift Car)ประกอบไปด้วยห้องโดยสารที่ยึดกับโครงเหล็กกล้าที่แข็งแรง พร้อมอุปกรณ์นิรภัย (Safety Gear) ป้องกันไม่ให้ลิฟต์ตก เมื่อสลิงขาดตู้โดยสารมีขนาดแตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทและน้ำหนักบรรทุกของลิฟต์

5. บัฟเฟอร์ (Buffer)เป็นอุปกรณ์ป้องกันไม่ให้ตัวลิฟต์กระแทกกับพื้นบ่อลิฟต์ กรณีลิฟต์วิ่งเลยชั้นล่างสุดเนื่องจากความผิดพลาดของระบบควบคุม บัฟเฟอร์จะผ่อนแรงกระแทกเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้โดยสาร

6. ตู้คอนโทรล (Controller)ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของลิฟต์ทั้งระบบ เช่น ควบคุมความเร็ว ควบคุมการเปิดปิดประตูจัดคิวการวิ่งรับส่งผู้โดยสาร เป็นต้น และชนิดของคอนโทรลดังกล่าวยังแตกย่อยออกตามประเภทระบบขับเคลื่อนด้วย เช่น VVVF , DC Drive เป็นต้น

7. ประตูหน้าชั้น (Landing Door)ระบบลิฟต์ทั่วไปจะมีประตู 2 ส่วน คือประตูในลิฟต์ (Car Door) และประตูหน้าชั้นต่างๆ ตามจำนวนชั้นจอดของลิฟต์ ปกติประตูหน้าชั้นจะเปิดปิดได้ก็ต่อเมื่อตัวลิฟต์จะต้องจอดอยู่ที่ชั้นนั้นและประตูที่ชั้นอื่นจะเปิดไม่ได้ ทั้งนี้เพื่อให้การใช้งานมีความปลอดภัยสูงสุด ประตูลิฟต์มีหลายแบบ ที่พบเห็นกันโดยทั่วไปจะมี
– เปิดจากกึ่งกลาง (Center Opening)
– เปิดจากด้านข้าง (Slide Opening)

8. สลิงลิฟต์ (Wire Rope)ใช้สำหรับแขวนตัวลิฟต์และชุดลูกถ่วง และฉุดให้ลิฟต์ขึ้นลงด้วยแรงเสียดทานของลวดสลิงกับร่องของมูลเล่ย์ 

9. ปุ่มกด (Button)ใช้สำหรับเรียกลิฟต์รับส่งไปยังชั้นต่างๆ ที่ต้องการ แผงปุ่มกดมีอยู่ 2 ส่วนคือ
– แผงปุ่มกดในลิฟต์ (Car Operating Panel)
ประกอบด้วยปุ่มเรียกไปตามชั้นต่างๆ ปุ่มปิด เปิดประตู ปุ่มแจ้งเหตุและอินเตอร์คอม
– แผงปุ่มกดหน้าชั้น (Hall Button)
ประกอบด้วยปุ่มเรียกลิฟต์มารับขาขึ้นและขาลงอย่างละปุ่ม

10. สายเคเบิล (Travelling Cable)เป็นสายไฟที่วิ่งขึ้นลงพร้อมกับตัวลิฟต์ ทำหน้าที่เชื่อมสัญญาณ เช่น ปุ่มกดและสวิทซ์ต่างๆ ที่ตู้ลิฟต์กับตู้คอนโทรลในห้องเครื่อง

11.จะต้องอยู่ภายใต้กฏหมายความปลอดภัย

12. การออกแบบและเลือกใช้ลิฟต์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน

การออกแบบและเลือกใช้ลิฟต์เพื่อการอนุรักษ์พลังงานนั้นมุ่งเน้นให้ความสำคัญในการออกแบบและเลือกใช้ลิฟต์ตั้งแต่ขั้นตอนแรก เพื่อจะให้ได้ลิฟต์ที่มีขนาดของกำลังมอเตอร์ต่ำที่สุด มีการสูญเสียไฟฟ้าและความร้อนน้อยที่สุด และมีจำนวนลิฟต์น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ด้วย โดยมีแนวทางปฏิบติดังนี้

1) ออกแบบลิฟต์โดยใช้การกำหนดรอบระยะเวลาของการให้บริการสูงสุด(maximum trip time) ซึ่งจะสามารถลดทั้งน้ำหนักบรรทุกและความเร็วของลิฟต์

2) เลือกใช้ลิฟต์ที่อัตราความเร็วที่กำหนดต่ำสุด(minimum rated speed) เท่าที่จะทำได้ จากเหตุผลด้านเทคนิคที่ลิฟต์ขนาดน้ำหนักบรรทุกเท่ากัน ตัวที่มีความเร็วสูงกว่าจะมีขนาดมอเตอร์ที่พิกัดสูงกว่าด้วย

3) เลือกใช้เครื่องลิฟต์ชนิดขับเคลื่อนโดยตรง (gearless machine) เพราะมีการสูญกำลังไฟฟ้าและความร้อนน้อยกว่าเครื่องลิฟต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเฟือง(geared machine)เกือบ 2 เท่า

4) เลือกใช้ลิฟต์ โดยพิจารณาระบบควบคุมการขับเคลื่อนชนิดแปรเปลี่ยนแรงเคลื่อนไฟฟ้าและความถี่ (variable voltage , variable frequency control) เพราะมีการสูญกำลังไฟฟ้าและความร้อนน้อยกว่า และมีความได้เปรียบในด้านการเร่งความเร็วและลดความเร็วที่ใช้เวลาน้อยกว่าและมีความนุ่มนวลกว่า

5) การควบคุมการใช้งานลิฟต์
เลือกใช้ระบบควบคุมการใช้งานของลิฟต์ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานของอาคาร จำนวนผู้โดยสารในช่วงการใช้งานสูงสูด (peak time) ตัวอย่างเช่น อาคารเพื่อที่อยู่อาศัย อาคารโรงแรมทั่วไป อาคารโรงพยาบาล ที่มีการใช้งานไม่มากนัก การเลือกใช้ระบบควบคุมแบบ Selective Collective Control น่าจะเพียงพอ แต่ถ้าเป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ที่มีการจราจรหนาแน่น ควรเลือกใช้ ระบบควบคุมแบบ Computerized System Control

6) น้ำหนักของวัสดุที่ใช้ตกแต่งห้องลิฟต์ (Decoration Load) ไม่ควรเกิน 20%ของน้ำหนักบรรทุกที่กำหนด (Rated Load)

7) ระบบระบายอากาศในห้องเครื่องลิฟต์อาจไม่จำเป็นต้องติดตั้งระบบปรับอากาศในห้องเครื่องลิฟต์ กรณีที่สามารถติดตั้งระบบระบายอากาศได้ตามข้อกำหนดในมาตรฐานของ ว.ส.ท. (E.I.T. Standard 3007-43) ซึ่งกำหนดไว้ว่า ในห้องเครื่องลิฟต์ จะต้องติดตั้งระบบระบายอากาศทางกล เพื่อรักษาค่าอุณหภูมิของอากาศในระยะ 1.00 เมตรโดยรอบเครื่องจักรที่ให้ความร้อนไม่ให้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส

13. การปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องลิฟต์และระบบควบคุมการขับเคลื่อน

การปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องลิฟต์และระบบควบคุมการขับเคลื่อนมุ่งเน้นให้ความสำคัญในส่วนของลิฟต์ที่มีอายุการใช้งานนาน ๆ และใช้เทคโนโลยี่ที่ล้าสมัย ได้แก่ เครื่องลิฟต์ที่ขับเคลื่อนโดยเฟือง(geared machine) เครื่องลิฟต์ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบกระแสตรง ระบบควบคุมการขับเคลื่อนโดยสนามแม่เหล็กของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า(generator field control) ระบบควบคุมโดยรีโอสแตต (rheostat control) ลิฟต์ประเภทนี้จะมีการสูญเสียทางไฟฟ้าและความร้อนสูงมาก สามารเปลี่ยนใหม่เป็น เครื่องลิฟต์ชนิดขับเคลื่อนโดยตรง (gearless machine) ระบบควบคุมโดยแปรเปลี่ยนแรงเคลื่อนไฟฟ้าและความถี่ (variable voltage , variable frequency) ซึ่งมีขนาดของกำลังมอเตอร์ต่ำ มีการสูญเสียทางไฟฟ้าและความร้อนน้อย นอกจากจะสามารถลดการใช้พลังงานในส่วนของการใช้พลังงานของลิฟต์เองแล้ว ยังจะสามารถลดการใช้พลังงานในส่วนของระบบระบายอากาศของห้องเครื่องลิฟต์ได้ด้วย

14. การบริหารการใช้พลังงานของระบบลิฟต์

การบริหารการใช้พลังงานของระบบลิฟต์ เป็นการควบคุมการใช้ลิฟต์ โดยเฉพาะลิฟต์ที่มีอายุการใช้งานนาน ๆ และมีระบบควบคุมที่ไม่สามารถบริหารจัดการการใช้ลิฟต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1) ภายใต้ภาวะการทำงานปกติ (normal operation status) ลิฟต์อย่างน้อย 1 ตัวของกลุ่ม (lift bank) ควรจะทำงานภายใต้สถานะเตรียมพร้อม (standby mode) ในช่วงเวลาที่มีการจราจรน้อย (off-peak)

2) ภายใต้การทำงานในสถานะเตรียมพร้อม ( standby mode) ลิฟต์โดยสารจะไม่ตอบสนองต่อการเรียกของผู้โดยสารจนกว่าจะกลับเข้าสู่สถานะการทำงานปกติ ( normal operation mode)

3) ควรติดตั้งเครื่องวัดไฟฟ้าสำหรับสายป้อนไฟฟ้าที่ส่งกำลังไฟฟ้าให้ลิฟต์และอุปกรณ์ประกอบของระบบลิฟต์เช่น ระบบระบายอากาศ ระบบแสงสว่างของลิฟต์ เพื่อบันทึกข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการบริหารการใช้พลังงาน

4) ลิฟต์แต่ละตัวในกลุ่ม (lift bank) ถ้าหยุดเคลื่อนที่เกิน 2 นาที ระบบระบายอากาศและระบบไฟฟ้าแสงสว่างควรหยุดทำงานโดยอัตโนมัติและจะทำงานใหม่เมื่อถูกเรียกใช้งานอีกครั้ง